ประเทศที่ฝนตกบ่อยอย่างประเทศไทย การตากผ้าให้แห้งอย่างรวดเร็วอาจเป็นเรื่องท้าทายโดยเฉพาะในฤดูฝน เครื่องอบผ้าจึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นสำคัญภายในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย มั่นใจได้เสมอว่าเสื้อผ้าจะแห้งสะอาด สดชื่น ในทุกสภาพอากาศ
หากคุณตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อเครื่องอบผ้าสักเครื่อง นี่คือคำแนะนำสำหรับการเลือกซื้อเครื่องอบผ้าที่สอดคล้องกับการใช้งานของคุณ
1. เครื่องอบผ้าคืออะไร
เครื่องอบผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นชิ้นหนึ่งภายในบ้าน เครื่องอบผ้าใช้ความร้อนและลมทำให้ผ้าที่เปียกชื้นแห้ง ต่างจากการตากด้วยแดด แห้งสนิทอย่างทั่วถึงในทุกสภาวะอากาศ
การมีเครื่องอบผ้าที่บ้านจะช่วยให้การดูแลเสื้อผ้าสะดวกขึ้น หมดกังวลเรื่องฝนหรือความชื้นในอากาศ ทั้งยังช่วยดูแลเสื้อผ้าให้ถูกสุขอนามัย ปกป้องเสื้อผ้าจากมลพิษและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปกป้องเนื้อผ้าจากสีซีดจางเนื่องจากตากแดด
2. ชนิดเครื่องอบผ้า
การเลือกเครื่องอบผ้าที่เหมาะสมกับบ้านเป็นเรื่องสำคัญ ไปทำความรู้จักเครื่องอบผ้าแต่ละชนิดกัน :
เครื่องอบผ้าระบบ Heat pump
เครื่องอบผ้า Heat pump ใช้ลมร้อนดึงความชื้นออกจากเสื้อผ้า หลังจากที่ลมผ่านเข้าถังอบผ้า ลมจะขจัดความชื้นให้ออกจากเสื้อผ้า และกลายเป็นหยดน้ำอยู่ในกล่องเก็บ และอากาศภายในเครื่องก็จะถูกทำความร้อนต่อเนื่องเพื่อให้ผ้าแห้งสนิท
เครื่องอบผ้า Heat pump ใช้อุณหภูมิต่ำในการทำให้ผ้าแห้ง จึงช่วยดูแลและถนอมเนื้อผ้าได้ดีกว่า ทั้งยังประหยัดพลังงานอีกด้วย
เลือกซื้อเครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์ระบบปั๊มความร้อน :
- เซ็นเซอร์อัจฉริยะช่วยปกป้องเสื้อผ้าจากการอบผ้าเกินเวลา
-
- อบผ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานมากขึ้น 60%
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสโดยทั่วไปได้ 99.9%*
- ลดรอยยับและคืนความสดชื่นให้กับเสื้อผ้าด้วยไอน้ำ
-
- อบเสื้อขนเป็ดและผ้านวมได้แห้งสนิท
- อบเสื้อผ้าชิ้นบอบบางอย่างทะนุถนอม
- อบเสื้อขนเป็ดและผ้านวมได้แห้งสนิท
-
- อบเสื้อผ้าชิ้นบอบบางอย่างทะนุถนอม
- อบผ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานมากขึ้น 60%
เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น (Condense)
เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น เป็นเครื่องซักผ้าระบบที่ไม่ต้องต่อท่อระบายอากาศ เครื่องอบผ้าจะควบแน่นความชื้นให้กลายเป็นน้ำและเก็บไว้ในช่องเก็บน้ำที่คุณสามารถนำไปเททิ้งได้ ต่างจากเครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อน และท่อลมร้อน
ข้อดีของเครื่องอบผ้าระบบควบแน่นนี้คือสามารถติดตั้งได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องซักผ้า ครัว โดยไม่ต้องต่อท่อระบายอากาศออกไปนอกตัวบ้าน
- SensiCare ปกป้องเสื้อผ้าไม่ให้แห้งเกินไป
-
- ReverseTumbling ลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
- ColourCare ลดการซีดจางได้ถึง 80%*
เครื่องอบผ้าระบบท่อลมร้อน (Venting)
ข้อแตกต่างที่ชัดเจนของเครื่องอบผ้าแบบควบแน่นกับท่อลมร้อนคือวิธีการขจัดน้ำ เครื่องอบผ้าแบบท่อลมร้อนทำงานโดย ดึงอากาศที่อยู่ภายในห้องเข้าไปในเครื่องอบผ้า พร้อมทำความร้อนที่จะกระจายไปทั่วถังอบผ้าที่หมุนอยู่ เมื่ออากาศร้อนผ่านเข้าสู่เสื้อผ้า ความชื้นจะระเหยไป และอากาศร้อนจะถูกส่งออกจากเครื่องผ่านท่อไปยังด้านนอกโดยน้ำที่ระบายออกทางท่อจะเป็นไอน้ำไม่ใช่น้ำ
โดยเครื่องอบผ้าแบบท่อลมร้อนมักจะมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องอบผ้าแบบควบแน่น และคุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเทน้ำที่อยู่ในเครื่องทิ้งอีกด้วย
- คืนความสดชื่นพร้อมลดรอยยับให้กับเสื้อผ้า*
-
- ReverseTumbling ลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสทั่วไปด้วยการอบผ้า*
- คืนความสดชื่นพร้อมลดรอยยับให้กับเสื้อผ้า*
-
- ReverseTumbling ลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสทั่วไปด้วยการอบผ้า*
- ReverseTumbling ลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
-
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสทั่วไปด้วยการอบผ้า*
- อบผ้าอย่างทะนุถนอม
ความแตกต่างระหว่างเครื่องอบผ้าแบบระบบท่อลมร้อน ระบบควบแน่น และระบบปั๊มความร้อน
หากมีพื้นที่บ้านกว้างพอที่จะต่อท่อระบายอากาศได้ เครื่องอบผ้าระบบท่อลมร้อนเป็นทางเลือกที่ดี ส่วนเครื่องอบผ้าระบบควบแน่นเหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมืองพื้นที่จำกัด เครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดพลังงาน โดยตารางด้านล่างนำเสนอข้อดีและข้อด้อยของเครื่องอบผ้าแต่ละชนิด
ชนิดของเครื่องอบผ้า | ข้อดี | ข้อด้อย |
เครื่องอบผ้าปั๊มความร้อน | ประหยัดพลังงานอ่อนโยนต่อเสื้อผ้า | ราคาค่อนข้างสูง และใช้เวลาอบค่อนข้างนานกว่า |
เครื่องอบผ้าท่อลมร้อน | ราคาประหยัด อบผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ | ต้องต่อท่อระบายอากาศ ไม่เหมาะกับพื้นที่จำกัด |
เครื่องอบผ้าควบแน่น | ไม่ต้องต่อท่อระบายอากาศ ติดตั้งง่าย | เปลืองพลังงานกว่า และต้องดูแลถังเก็บน้ำ |
3. ขนาดเครื่องอบผ้า
การเลือกเครื่องอบผ้าที่มีความจุพอเหมาะช่วยให้อบผ้าได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ ตารางด้านล่างจะช่วยแนะนำความจุเครื่องอบผ้าที่เหมาะกับความต้องการของคุณ :
ความจุ | เหมาะสำหรับ | ตัวอย่างการใช้งาน |
6-7 กก. | หนึ่งถึงสองคน เสื้อผ้าปริมาณน้อย | เสื้อผ้าปริมาณน้อย ผ้าบอบบาง |
7-10 กก. | ครอบครัวขนาดกลาง | ผ้าผสมชนิด ผ้าปูที่นอน |
10 กก. ขึ้นไป | ครอบครัวขนาดใหญ่ ใช้งานหนัก | ผ้านวม ผ้าเช็ดตัว ผ้าชิ้นใหญ่ |
นอกจากความจุของเครื่องแล้ว ขนาดของเครื่องอบผ้า กว้าง ยาว สูง ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกัน
ชนิดของเครื่องซักผ้า | กว้าง ยาว สูง | เหมาะสำหรับ |
รุ่นขนาดกะทัดรัด | กว้างประมาณ 45-60 ซม. สูง 60-70 ซม. | คนเดียว สองคน หรือบ้านที่พื้นที่จำกัด |
เครื่องอบผ้าขนาดมาตรฐาน | โดยปกติจะกว้างประมาณ 60 ซม. และสูง 85 ซม. | ครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง |
รุ่นขนาดใหญ่ | กว้างมากกว่า 70 ซม. และสูงกว่าขนาดมาตราฐานเล็กน้อย เป็นความจุสูงสุดของเครื่องอบผ้า | ครอบครัวขนาดใหญ่ หรือมีผ้าซักจำนวนมาก |
สิ่งสำคัญของการติดตั้งเครื่องอบผ้า
- วัดระยะของการติดตั้งโดยละเอียด พร้อมเผื่อระยะการเปิดฝาเครื่อง
- เผื่อระยะประมาณ 5-10 ซม. สำหรับการถ่ายเทอากาศและระบายลมร้อน
- หากมีพื้นที่จำกัดลองพิจารณาการวางซ้อนเครื่อง
4. คุณสมบัติหลักที่ควรพิจาณา
สำหรับการเลือกซื้อเครื่องอบผ้านั้นมีหลายคุณสมบัติที่ต้องพิจารณา เพื่อให้ได้เครื่องอบผ้าที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ :
ระบบเครื่องอบผ้าและโปรแกรมการอบผ้า
เครื่องอบผ้ารุ่นใหม่มีโปรแกรมการอบที่หลากหลาย เหมาะสำหรับการอบผ้าหลายชนิด อาทิ โปรแกรมอบด่วนสำหรับวันที่เร่งรีบ การอบถนอมผ้าสำหรับเสื้อผ้าชิ้นบอบบาง หรือฟังก์ชันลดรอยยับ โปรแกรมการอบผ้าที่หลากหลายนี้จะช่วยให้คุณดูแลเสื้อผ้าได้อย่างดีที่สุด
ประหยัดพลังงาน
เครื่องอบผ้าที่มีสัญลักษณ์ประหยัดพลังงานจะช่วยคุณประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว เครื่องอบผ้าแบบปั๊มความร้อนซึ่งมีการหมุนเวียนความร้อนระหว่างรอบอบ ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ระดับเสียง
หากต้องการวางเครื่องซักผ้าไว้ใกล้กับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน ระดับเสียงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา การเลือกเครื่องอบผ้ารุ่นที่ทำงานเงียบจะช่วยลดเสียงรบกวนได้
เทคโนโลนีและนวัตกรรม
ฟังก์ชันที่ทันสมัย อาทิ เซ็นเซอร์วัดระดับความชื้นจะช่วยให้การอบผ้านั้นแม่นยำขึ้น ป้องกันการอบผ้านานเกินไป ดูแลถนอมเนื้อผ้า หรือรอบอบพร้อมไอน้ำจะช่วยคืนความสดชื่นในกับเสื้อผ้าและลดรอยยับ
ฟังก์ชันที่ชาญฉลาด
การเชื่อมต่อเครื่องอบผ้ากับ Wi-Fi ช่วยให้คุณควบคุมและสั่งการเครื่องอบผ้าได้จากทุกที่ เพิ่มความสะดวก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้เทคโนโลยี ทั้งยังช่วยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อให้ดูแลเสื้อผ้าได้อย่างดีที่สุด
ฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยของเครื่องอบผ้า จะช่วยให้คุณประหยัดพลังงานและอบผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพตามต้องการ
5. ข้อควรพิจารณาอื่นๆ
สำหรับการเลือกซื้อเครื่องอบผ้าที่เหมาะสมกับความต้องการและใช้งานได้ยาวนานนั้นมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ตั้งแต่วิธีการติดตั้งไปจนถึงชื่อเสียงของแบรนด์ ซึ่งทุกสิ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความพึงพอใจของคุณ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ควรคำนึงถึง :
- ข้อจำกัดในการติดตั้ง : เครื่องอบผ้าแบบท่อลมร้อนต้องมีการติดตั้งท่อระบายความร้อนที่เหมาะสม ส่วนเครื่องอบผ้าแบบควบแน่นและปั๊มความร้อนจะติดตั้งได้สะดวกกว่า
- ชื่อเสียงของแ[รนด์ : การเลือกซื้อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้สินค้าที่ทนทาน มีการบริการและรับประกันที่เชื่อถือได้ การลงทุนกับแบรนด์ที่เชื่อถือได้จะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
- งบประมาณ : เครื่องอบผ้าที่ประหยัดพลังงานอาจมีราคาสูง แต่ในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่า
- เรตติ้งและรีวิวสินค้า : ศึกษาบทความการรีวิวของผู้ใช้งานช่วยให้คุณเข้าใจประสิทธิภาพและการใช้งานที่แท้จริงของเครื่อง ป้องกันการเกิดความผิดหวังต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
6. ทำไมจึงควรเลือกซื้อเครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์
เครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการในการดูแลเสื้อผ้าของคนไทย พร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ประหยัดพลังงาน และทนทาน มีหลากหลายรุ่นให้เลือกซื้อ อีเลคโทรลักซ์เครื่องอบผ้าที่พอเหมาะกับพื้นที่และความต้องการของคุณ
- เทคโนโลยีล้ำสมัย : อาทิ เซ็นเซอร์วัดความชื้น รอบอบพร้อมไอน้ำ และการเชื่อมต่อWiFi เครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์เป็นตัวเลือกของการดูแลเสื้อผ้าที่สะดวก และแม่นยำ
- เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม : การออกแบบโดยคำนึงถึงความประหยัดพลังงานาน พร้อมเทคโนโลยีปั๊มความร้อนจะช่วยคุณลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟ
- ชื่อเสียงด้านคุณภาพ : อีเลคโทรลักซ์เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง การใช้งานที่ทนทาน และการดูแลหลังการขายที่ยอดเยี่ยม
การลงทุนซื้อเครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์ คือการลงทุนในคุณภาพ ความสะดวก และความสบายใจเมื่อใช้งาน มั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจ
เลือกซื้อเครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์รุ่นขายดีของเรา :
- คืนความสดชื่นพร้อมลดรอยยับให้กับเสื้อผ้า*
-
- ReverseTumbling ลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสทั่วไปด้วยการอบผ้า*
- เซ็นเซอร์อัจฉริยะช่วยปกป้องเสื้อผ้าจากการอบผ้าเกินเวลา
-
- อบผ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานมากขึ้น 60%
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสโดยทั่วไปได้ 99.9%*
- ลดรอยยับและคืนความสดชื่นให้กับเสื้อผ้าด้วยไอน้ำ
-
- อบเสื้อขนเป็ดและผ้านวมได้แห้งสนิท
- อบเสื้อผ้าชิ้นบอบบางอย่างทะนุถนอม
7. คำถามที่พบบ่อย
-
1. เครื่องอบผ้ากินไฟไหม
อัตราการกินไฟของเครื่องอบผ้าขึ้นอยู่กับชนิดและเทคโนโลยีของเครื่อง เครื่องอบผ้าแบบปั๊มความร้อนประหยัดไฟมากที่สุด ใช้พลังงานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องอบผ้าแบบท่อลมร้อนและแบบควบแน่น ควรตรวจสอบอัตราการใช้พลังงานจากฉลากประหยัดพลังงานเพื่อคำนวณอัตราการสิ้นเปลือง และหาตัวเลือกของรุ่นที่ประหยัดไฟ
-
2. อบผ้ากี่นาทีเสื้อผ้าจึงจะแห้ง
ระยะเวลาในการอบผ้านั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องอบผ้า ปริมาณผ้า และชนิดของเสื้อผ้า โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ประมาณ 30-90 นาทีในการอบผ้าให้แห้ง เครื่องอบผ้าแบบปั๊มความร้อนอาจะใช้เวลามากกว่าเล็กน้อยแต่ก็ช่วยถนอมผ้าและประหยัดพลังงาน
-
3. การอบผ้าอุณหภูมิเท่าไหร่
การตั้งค่าอุณหภูมิในการอบนั้นแตกต่างกันตามชนิดของเนื้อผ้า :
- ความร้อนต่ำ : ผ้าบอบบาง ชุดชั้นใน หรือผ้าใยสังเคราะห์
- ความร้อนระดับกลาง : เสื้อผ้าทั่วไป เช่น ผ้าฝ้าย
- ความร้อนสูง : ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน หรือผ้าเนื้อหนา
ตรวจสอบฉลากดูแลเสื้อผ้าเพื่อเลือกระดับความร้อนที่เหมาะสมกับเสื้อผ้าก่อนอบทุกครั้ง -
4. อบผ้าแล้วต้องตากไหม
เสื้อผ้าที่อบเสร็จแล้วจากเครื่องอบผ้าจะพร้อมสวมใส่ หากนำออกจากเครื่องโดยทันทีจะไม่มีรอยยับ แต่เสื้อเชิร์ตหรือชุดเดรสหากแขวนไว้ก็จะคงรูปสวยงาม
-
5. ชุดชั้นในอบได้ไหม
ได้ แต่ควรอบด้วยความร้อนต่ำ หรือรอบอบถนอมเนื้อผ้าเพื่อป้องกันการเสียหายของเนื้อผ้าหรือยางยืด หากเป็นชุดชั้นในที่บอบบางควรนำใส่ในถุงซักผ้าเพื่อปกป้องเนื้อผ้าในการอบ
-
6. อบผ้าขาวกับผ้าสีรวมกันได้ไหม
ไม่แนะนำให้อบผ้าขาวและผ้าสีรวมกัน โดยเฉพาะผ้าสีที่ยังใหม่และมีการตกสี จึงควรแยกเสื้อขาวและเสื้อผ้าสีเข้มในการอบ เพื่อให้เสื้อสีขาวยังคงขาวสว่างและป้องกันสีตกใส่